4 เทคนิค “สกรีนเสื้อและกระเป๋า”

1. ซิลค์สกรีน ( Silkscreen ) เหมาะกับงานจำนวนมาก สีน้อย ลวดลายเรียบง่าย สกรีนบนเสื้อได้ทุกสี 

ขั้นตอนการทำงาน

  • เริ่มจากออกแบบลาย ทำการแยกสีให้เรียบร้อย
  • ปริ้นลายลงบนแผ่นฟิล์ม เตรียมบล็อคสกรีน ซึ่งตัวบล็อกสกรีนจะมีลักษณะเป็นกรอบไม้สีเหลี่ยม และทำการถ่ายลายสกรีน
  • จากนั้นนำไปวางบนวัสดุที่ต้องการสกรีนแล้วใช้สีปาดลงไป สำหรับ 1 บล็อก จะสำหรับ 1 สี (ถ้าลายมี 3 สี ต้องมี 3 บล็อก)
    ดังนั้นจะเหมาะกับงานจำนวนมาก แต่ใช้สีไม่เยอะ มีหลายเทคนิคให้เลือกทั้ง สกรีนสีจม สกรีนแบบสีนูน สกรีนสียาง สกรีนฟอยล์

2. ซับลิเมชั่น (Sublimation) เหมาะกับงานทุกจำนวน พิมพ์ได้ไม่จำกัดสี ใช้ได้กับผ้าสีอ่อน
Sublimation เป็นเทคนิคที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ใช้กับผ้าโพลีเอสเตอร์ (Polyester)
ขั้นตอนการทำงาน

  • เริ่มจากพิมพ์ลายลงบนกระดาษ Sublimation
  • แล้วนำลายมาพิมพ์ลงบนผ้า โดยใช้เตารีดหรือเครื่องรีดร้อน (Heat transfer) ความร้อนทำให้ตัวหมึกจากกระดาษ ซึมลงเนื้อผ้า
    การสกรีน Sublimation จะเหมาะกับงานที่ไม่จำกัดสี  หากนำไปสกรีนเสื้อจะได้เนื้อผ้าที่นุ่ม ใส่สบาย เพราะเป็นการพิมพ์ลงผ้าโดยตรง แต่มีข้อจำกัดคือไม่สามารถสกรีนลงบนผ้าคอตตอนและสีเข้มได้

3. เฟล็ก (Flex) เหมาะกับงานทุกจำนวน มีทั้งแบบสีเดียวและไม่จำกัดสี ต้องใช่คู่กับเครื่องตัด Flex

ขั้นตอนการทำงาน   

  • เริ่มจากออกแบบลาย
  • จากนั้นนำลายไปตัดด้วยเครื่องตัด flex
  • แล้วนำลายไปพิมพ์บนผ้าโดยใช้เครื่องรีดร้อนอัดความร้อนเพื่อให้แผ่น Flex ละลายติดลงบนผ้า

โดยงาน Flex จะแบ่งเป็น 2 ประเภท

  • เฟล็กตัด โดยส่วนมากจะเป็นสีตาย (Solid color) แต่สามารถทำผิวสัมผัสพิเศษได้เช่น เนื้อกำมะหยี่, PU, กากเพชร
  • เฟล็กพิมพ์ สามารถพิมพ์ด้วยหมึก Eco-solvent ทำเป็นลวดลายหรือรูปต่างๆ แล้วนำไปตัดด้วยเครื่องไดคัท
    งานเฟล็กจะใช้เวลาทำค่อนข้างเร็ว เนื้องานจะมีความสวยงาม ไม่ต้องใช้บล็อก หากสกรีนงานในปริมาณมาก ต้นทุนจะสูงกว่าซิลค์สกรีน 

4. DFT หรือ DTF เป็นการพิมพ์ลงแผ่นฟิล์ม โดยให้กาวเป็นตัวยึดเกาะกับหมึกขาว จากนั้นใช้ความร้อนในการละลายกาวให้ติดลงกับตัวผ้า เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องไดคัท เพราะสามารถพิมพ์ออกมาตามไฟล์งานได้ทันที

ขั้นตอนการทำงาน

  • พิมพ์ภาพลงบนแผ่นฟิล์ม พิมพ์ด้วยหมึกพิเศษ โดยจะทำการพิมพ์สีลงไปก่อน จากนั้นจะพิมพ์ทับด้วยหมึกขาวเป็นการรองพื้นทำให้ภาพเด่นชัดขึ้นเวลาอยู่บนผ้า
  • การโรยผงกาว หลังจากพิมพ์เสร็จตัวเครื่องจะโรยกาว ตัวผงกาวจะยึดเกาะกับหมึกสีขาว
  • อบกาวด้วยความร้อน ตัวฟิล์มที่โรยผงกาวแล้ว จะยังไม่สามารถใช้งานได้ทันที ต้องผ่านขั้นตอนการอบก่อน เพื่อให้ตัวกาวละลาย ใช้ความร้อนประมาณ 130-160 องศาเซลเซียส (ขึ้นอยู่กับตัวฟิล์มและผงกาว) จากนั้นรอฟิล์มเย็นลง จึงนำไปรีดร้อนได้

ตัวอย่างงานสกรีน